วิธีป้องกันคราบสบู่ในห้องน้ำ

June 27th, 2013

วิธีป้องกันคราบสบู่ในห้องน้ำ

หนึ่งในคราบยอดฮิตที่เป็นสาเหตุของความสกปรกในห้องน้ำก็คือคราบสบู่ ที่มักจะทำให้ห้องน้ำดูสกปรกและลื่น ดังนั้นคงดีกว่าถ้าเราจะมาป้องกันคราบสบู่ไม่ให้มารบกวนอ่างอาบน้ำและตู้อาบน้ำของเราได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีต่อไปนี้ค่ะ  เริ่มด้วยการขัดทำความสะอาด  คราบสบู่ที่ติดอยู่ในอ่างอาบน้ำหรือตู้อาบน้ำทุกครั้งหลังจากที่เราชำระล้างร่างกาย จะไม่สามารถติดอยู่ได้นานเลย หากเราหมั่นขัดทำความสะอาดเป็นประจำ ดังนั้นหากไม่อยากให้คราบสบู่ติดแน่นฝังลึก จนทำความสะอาดได้ยาก ก็ต้องขยันขัดอ่างอาบน้ำหรือตู้อาบน้ำกันสักหน่อยแล้วล่ะ หรือถ้าเป็นไปได้ ขยันขัดทุกครั้งหลังใช้เสร็จแล้วก็จะดีมาก ๆ เลยค่ะ ลงแว็กซ์กันคราบสบู่ หลังจากที่ทำความสะอาดอ่างอาบน้ำหรือตู้อาบน้ำจนสะอาดเอี่ยม และปล่อยให้แห้งสนิทแล้ว ให้คุณนำแว็กซ์ขัดเงารถยนต์ หรือแว็กซ์เคลือบเงาทั่วไป มาขัดเงาผนังอ่างอาบน้ำหรือตู้อาบน้ำให้ทั่ว ความมันวาวและความลื่นของแว็กซ์ จะช่วยให้คราบสบู่ติดตามผนังอ่างอาบน้ำและตู้อาบน้ำได้ยากขึ้น อาจจะใช้กับอ่างล้างหน้าด้วยก็ได้ แต่อย่าใช้กับพื้นห้องน้ำเด็ดขาดนะคะ ไม่อย่างนั้นมีลื่นล้มจนบาดเจ็บแน่ ๆ ขัดด้วยน้ำยาเฉพาะ คราบสบู่มักจะกระจายไปทั่วห้องน้ำ โดยเฉพาะตู้อาบน้ำที่มีผนังตู้และประตูเป็นกระจก ซึ่งจะเกิดคราบสบู่และคราบน้ำจนฝ้ามัวได้ง่าย ดังนั้นการใช้วิธีพื้นฐานอย่างการทำความสะอาดอย่างทั่วถึง ด้วยน้ำยาทำความสะอาดอ่างอาบน้ำอยู่เสมอ ดูจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะในน้ำยาทำความสะอาดอ่างอาบน้ำและตู้อาบน้ำ มักจะมีสารเคลือบเพื่อป้องกันคราบสบู่ผสมอยู่ แนะนำเพิ่มเติมอีกนิดสำหรับตู้อาบน้ำ ว่าควรต้องมีด้ามยางรีดน้ำไว้สำหรับรีดหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามผนังตู้ออกด้วย และใช้ผ้าแห้งเช็ดตามอีกรอบ เท่านี้ผนังตู้อาบน้ำก็จะใสปิ๊ง หมดปัญหาฝ้ามัวแล้วจ้า เลี่ยงสบู่ก้อน ในสบู่ก้อนจะมีพาราฟิน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดคราบสบู่ผสมอยู่ด้วย ฉะนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาคราบสบู่เกาะติดตามอ่างอาบน้ำหรือตู้อาบน้ำ ก็ลองเปลี่ยนมาใช้สบู่เหลว หรือเจลอาบน้ำดีกว่าค่ะ ใส่เกลือจืดในอ่างอาบน้ำ เกลือจืด (Epsom Salts) มีคุณสมบัติช่วยไล่คราบสบู่ที่เกาะอยู่ตามอ่างให้ไหลลงท่อไปได้ง่าย ๆ ดังนั้นหากอยากจะแช่อ่างอาบน้ำให้สบายตัว แบบไม่ต้องกังวลเรื่องคราบสบู่ ก็ควรจะโรยเกลือจืดลงในอ่างอาบน้ำสักนิด เพื่อกำจัดคราบสบู่ให้หมดไป นอกจากนี้เกลือจืดยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวใสด้วยนะจ๊ะ

ออกแบบบ้านให้เหมาะกับผู้พิการ

June 22nd, 2013

ชีวิตของคนเรา อยู่กับความไม่แน่ ไม่นอน สรรพสิ่งล้วนอนิจจัง แม้ในวันนี้ เราจะมีร่างกายที่แข็งแรง สามารถทำอะไรได้ด้วยตนเองอย่างสะดวก แต่ในวันข้างหน้า หากไม่จากกันไปเสียก่อน เราย่อมแก่ชรา เป็นผู้สูงอายุ หรืออาจเป็นผู้พิการ ก็ย่อมเป็นไปได้เช่นกัน สำหรับวันนี้ ขอนำ บ้านใจดี ซึ่งได้จัดโชว์ในงานสถาปนิก 56 มาให้คุณผู้ชมที่พลาดชม ได้ชมกันอย่างทั่วถึง โดยแบบบ้านดังกล่าวนี้ จัดแสดงโดย สสส. ออกแบบเป็นบ้านจำลอง สามารถใช้งานได้จริง รองรับการอยู่อาศัยสำหรับครอบครัวที่มีผู้พิการ  ให้ได้มีความสะดวกในการช่วยเหลือตนเองมากยิ่งขึ้น

จุดสำคัญจุดแรก ที่ต้องคำนึงเป็นหลัก นั่นคือทางเข้าบ้าน ควรมีทางลาดเอียง โดยให้มีความกว้าง ไม่ต่ำกว่า 90 ซม. และอัตราส่วนความชัน 1:12 กันตก ควรมีขอบรวมถึงราวจับ ทำให้สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น หรือหากมีการทาสี เพื่อแยกส่วนของพื้น และกันตก ก็จะทำให้มองเห็นได้ชัดเจนอีกด้วยห้องนอน ช่วงขอบขอบหน้าต่าง ไม่ควรให้อยู่สูงจนเกินไป ออกแบบให้สามารถมองเห็นได้จากภายนอก ปลั๊กไฟ สูงจากพื้นประมาณ 12 ซม. และสูงประมาณ 90 ซม. อีกจุด หากผู้อาศัย ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ควรติดตั้งสัญญาณฉุกเฉินไว้บริเวณหัวเตียง มีไฟใต้เสียงเพื่อความสะดวกในช่วงกลางคืน นำทางสู่ห้องน้ำได้ นอกจากนั้น สีของห้อง ควรเลือกโทนสีฟ้าอ่อน ทำให้รู้สึก เย็น ผ่อนคลาย ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัส ลดความเจ็บปวดและอาการนอนไม่หลับสำหรับห้องน้ำ ประตูห้องควรเลือกเป็นประตูบานเลื่อน ทำให้ลดอัตราการใช้แรงปลักได้ง่ายกว่าประตูทั่วไป เลี่ยงการทำธรณีประตู เพราะอาจก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้รถเข็นได้ พื้นห้องเลือกวัสดุที่ไม่ลื่น มีพื้นที่เพียงพอสำหรับให้รถเข็นหมุนรอบได้ โดยมีระยะที่เหมาะสม คือ เส้นผ่าศูนย์กลาง 150 ซม. ติดตั้งราวจับในส่วนของโถส้วม อ่างล้างหน้าหรืออ่างอาบน้ำ โดยติดตั้งสูงจากพื้นประมาณ 70-80 ซม. อ่างล้างหน้า ล้างมือ ควรสูงจากพื้นประมาณ 70-80 ซม. เช่นกัน เพื่อให้ผู้ใช้งาน ไม่จำเป็นต้องลงจากรถเข็นก็สามารถใช้งานได้ และควรทำเคาน์เตอร์ เป็นลักษณะโปร่ง จะช่วยให้รถเข็นสอดเข้าใต้ได้ ส่งผลให้ระยะการใช้งานเป็นไปอย่างเหมาะสม ก็อกน้ำ เลือกเป็นลักษณะคันโยก และที่สำคัญ หากผู้อาศัย ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ดีนัก ควรติดตั้งอุปกรณ์เตือนสัญญาณ เป็นปุ่มกดสีแดง ไว้บริเวณโถส้วมและอ่างน้ำสำหรับห้องครัว ส่วนของเคาน์เตอร์ ควรมีความสูง และความลึกอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะสามารถให้คนในครอบครัว ได้ใช้ครัวร่วมกันได้ อาจมีความสูงประมาณ 75-85 ซม. เพื่อให้พอดีกับรถเข็น มีชั้นวางของด้านล่าง สูงประมาณ 60-65 ซม.

เป็นอย่างไรบ้าง อาจเลือกใช้ให้เหมาะสมกับผู้อาศัยด้วย อาจดูสัดส่วนความสูงของร่างกาย แล้วนำไปประยุกต์ใช้งาน ที่สำคัญ คนในครอบครัว ควรให้กำลังใจ มีจิตใจที่เมตตาต่อผู้พิการและผู้สูงอายุภายในบ้าน ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญที่สุด ที่จะสร้างความอบอุ่นภายในครอบครัว อย่าลืมนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นำไปฝากคนรู้จักกันด้วยนะคะ

แขวนรูปได้แบบไม่ต้องง้อตะปู

June 17th, 2013

แขวนรูปได้แบบไม่ต้องง้อตะปู

สำหรับคนที่รักบ้านมาก ๆ แม้แต่จะตอกตะปูบนผนังเพื่อแขวนกรอบรูปสักบานคงเป็นอะไรที่ทำใจยากพอสมควร เพราะกลัวว่าผนังจะร้าวเป็นรอยไม่สวยงาม วันนี้เราเลยขอเสนอเทคนิคแขวนรูปบนผนัง แบบไม่ต้องง้อตะปูด้วยอุปกรณ์เหล่านี้กันค่ะ ตะขอกาว อุปกรณ์ชิ้นนี้ถือเป็นตัวจี๊ดที่ใช้ได้ดีเทียบเท่าตะปูเลยล่ะค่ะ เพราะเนื้อกาวที่ติดอยู่ด้านหลังตะขอจะมีความเหนียวแน่นและทนทาน ลอกใช้ก็ง่าย แถมไม่ทำลายพื้นผิวอีกด้วย ส่วนตัวตะขอเองก็มีหลายขนาด ขนาดใหญ่สุดสามารถแขวนกรอบรูปขนาด 24-36 นิ้วได้สบาย ๆ เลยด้วย เคล็ดลับก็คือเลือกติดตะขอกาวเอาไว้บนผนังเรียบ ๆ เท่านั้น ท่องไว้ว่ายิ่งผนังเรียบเท่าไหร่ ตะขอกาวก็ยิ่งติดทนจ้า ตะขอแขวนรูป ตะขอชนิดนี้จะเป็นลวดขดเล็ก ส่วนปลายด้านหนึ่งจะงอคล้ายเบ็ดตกปลา วิธีใช้ก็ไม่ยากค่ะ เริ่มด้วยการกำหนดจุดที่จะแขวนกรอบรูปก่อน จากนั้นใช้ปลายแหลมตรงส่วนปลายตะขอเจาะลงไปยังตำแหน่งที่กำหนดไว้ หมุนเล็กน้อยเพื่อให้ลวดทะลุผ่านผนังได้ง่ายขึ้น เสร็จแล้วดันให้ลวดทะลุผ่านกำแพงออกมา เท่านี้ก็จะได้ตะขอเล็ก ๆ เอาไว้แขวนรูปหรือปฏิทิน ที่มีน้ำหนักเบา ๆ แล้วค่ะ ราวตะขอหากในบ้านมีราวเล็ก ๆ สำหรับแขวนติดตั้งอยู่ก่อนแล้ว ก็สามารถหาตะขอแบบแขวนมาเกี่ยวกับราวได้เลยค่ะ นอกจากจะแขวนกรอบรูปแล้ว ยังสามารถแขวนของใช้อย่างผ้าเช็ดมือ แก้วน้ำ ตะหลิว ทัพพีในห้องครัวได้อีกด้วยนะ เป็นการประหยัดพื้นที่ในบ้านได้ง่าย ๆ แบบไม่ต้องตอกตะปูให้ผนังเสียเลยสักนิดจ้า กาวดินน้ำมัน กาวดินน้ำมันเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน เพราะใช้ง่าย ไม่ทำลายพื้นผิว และราคาถูก แต่ข้อเสียก็คือรับน้ำหนักสิ่งของได้ไม่มากนัก จึงเหมาะจะใช้ติดรูปภาพเล็ก ๆ หรือโปสเตอร์น้ำหนักเบา ๆ เท่านั้น แทคเกอร์ (Takker) เจ้าแทคเกอร์เป็นอุปกรณ์คล้าย ๆ เครื่องเย็บกระดาษแบบยิง โดยมีปุ่มสำหรับกดเพื่อยิงนอตตัวเล็ก ๆ คล้ายตะปู ให้ยึดเกาะกับผนัง ใช้งานง่าย แค่กำหนดจุดที่จะใช้แขวนภาพ พอได้ตำแหน่งที่ต้องการแล้วก็ทาบแทคเกอร์ไว้ตรงตำแหน่งที่กำหนด แล้วกดปุ่มเพื่อยิงนอตลงบนกำแพง เท่านี้ก็จะได้ตะขอไว้แขวนสิ่งของได้ตามต้องการแล้วค่ะ แต่ข้อเสียคือผนังจะมีรูเล็ก ๆ ทิ้งหลักฐานไว้ แต่รับรองว่าจะไม่เกิดการร้าวบนผนังอย่างแน่นอน สนนราคาเจ้าเครื่องมือตัวนี้ก็ตกอยู่ที่ประมาณ 9.99 ปอนด์ หรือประมาณ 450 บาทเท่านั้นค่ะ

แต่งคอนโดด้วยเฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชั่น

June 12th, 2013

แต่งคอนโดด้วยเฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชั่น

สำหรับคนที่กำลังมองหาไอเดีย แต่งคอนโดขนาดเล็ก คงกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจที่จะดีไซน์การตกแต่งให้ลงตัวในพื้นที่จำกัด เตียงนอนพับได้ เรียกว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักที่ขาดไม่ได้ เพราะไม่ว่าคอนโดของคุณจะเล็กหรือใหญ่ ยังไงก็ต้องมีเตียงนอนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญแน่ ๆ ดังนั้นการใส่ใจเลือกเตียงนอนจึงเป็นเรื่องจำเป็น และหากจะให้ดีลองมองหาเตียงนอนอเนกประสงค์ ที่มีลิ้นชักสามารถเก็บของได้ในตัว หรือมีปลั๊กไฟให้สามารถเสียบปลั๊กได้ด้วย ก็จะยิ่งคุ้มค่ามากขึ้น แถมยังไม่ต้องเปลืองพื้นที่ในการวางโต๊ะข้างเตียงอีกด้วย หรือจะเลือกเป็นเตียงนอนที่สามารถพับเก็บและเปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานได้ก็ยิ่งสะดวกสบายเลยจ้า โซฟามีลิ้นชัก โซฟาเป็นเฟอร์นิเจอร์อีกหนึ่งชิ้นที่ขาดไม่ได้ เพื่อให้มุมรับแขกหรือมุมพักผ่อนสมบูรณ์มากขึ้น ดังนั้นหากพื้นที่ภายในคอนโดของคุณมีจำกัด และไม่เพียงพอกับการวางโซฟาพร้อม ๆ กับตู้เก็บของ ลองเลือกโซฟาที่มีลิ้นชักสามารถเก็บของได้ในตัวเอง ก็คงจะยิ่งประหยัดพื้นที่ได้ดีสุด ๆ อีกทั้งหากเลือกโซฟาที่ไม่ใหญ่จนเกินไป จะช่วยให้ปรับเข้ากับพื้นที่ในคอนโดง่ายขึ้นด้วยนะคะ โต๊ะอเนกประสงค์ ภายในคอนโดที่แคบและมีพื้นที่น้อย การมีโต๊ะอเนกประสงค์ติดไว้สักตัวจะช่วยให้สะดวกสบายขึ้นมาก โดยเฉพาะโต๊ะขนาดเล็กที่สามารถใช้ได้ทั้งเป็นโต๊ะทำงาน โต๊ะทานข้าว หรืออื่น ๆ ได้ในตัว รวมถึงหากมีลิ้นชักใส่ของ และสามารถพับเก็บได้ก็ยิ่งลงตัว เพราะจะช่วยให้เหลือพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ ชั้นวางทีวีติดผนัง แน่นอนว่ามุมบันเทิงสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ใคร ๆ ก็อยากตกแต่งให้สวยและใช้งานสะดวกด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งถ้าได้ชั้นวางทีวีดีไซน์เพรียวบาง ที่สามารถปรับย้ายตำแหน่งได้ตามใจชอบ คงจะยิ่งทำให้การตกแต่งห้องนั่งเล่นในคอนโดง่ายขึ้นอีกเยอะ ลองมองหาชั้นวางทีวีที่ลึกประมาณ 30 เซนติเมตร และตู้โชว์ติดผนัง มาตกแต่ง จะทำให้พื้นที่ในห้องไม่อึดอัดคับแคบจนเกินไป อีกทั้งชั้นติดผนังยังไม่ทำให้เกะกะ จนไม่เหลือทางเดินอีกด้วย

 

เฟอร์นิเจอร์ บิวท์อิน (Built in)

June 7th, 2013

 

เฟอร์นิเจอร์ บิวท์อิน ก็คือเฟอร์นิเจอร์ประเภทหนึ่งที่มีการออกแบบให้มีขนาดเหมาะ สมลงตัวกับพื้นที่ที่จะติดตั้ง อาจจะเป็นการทำขึ้นที่หน้างานหรือทำขึ้นจากโรงงานแล้วนำมาประกอบที่หน้างาน ก็ได้ อาทิเช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้โชว์ ตู้ลอย และตู้ที่ใช้อยู่ในห้องครัว หรืออาจรวมถึงเคาท์เตอร์ต่างๆ ด้วย เฟอร์นิเจอร์แบบนี้การติดตั้งจะต้องเป็นลักษณะที่ติดแล้วติดเลย เพราะขนาดจะพอดีกับพื้นที่ หากจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงหรือเคลื่อนย้าย จะต้องรื้อเพียงอย่างเดียว ข้อดีของเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้คือ สามารถออกแบบให้พอดีกับพื้นที่ สามารถกลบเกลื่อนสิ่งที่ไม่ดีของอาคารได้ เช่น เสา แนวผนังที่ไม่เรียบร้อย ทั้งยังสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย ไม่มีช่องว่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์กับตัวอาคาร ทำให้ฝุ่นไม่สามารถเข้าไปอยู่ตรงช่องนั้นได้ ข้อดีอีกอย่างก็คือ สถาบันการเงินบางแห่งตีราคาเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินเข้าไปในงบกู้สร้างหรือซ่อมบ้านด้วย ดังนั้นเมื่อคุณตัดสินใจจะทำเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน คุณควรทราบความต้องการของคุณว่าจะทำมันเพื่อประโยชน์ใช้สอยอะไร อันดับต่อไปคือการเตรียมการโดยแบ่งเป็น

- การออกแบบ ซึ่งในส่วนนี้อาจจะได้มาจากนิตยสาร หรือคุณคุยกับนักออกแบบ หรือปรึกษากับช่างผู้มีประสบการณ์ ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อให้รูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการเหมาะสมกับพื้นที่และประโยชน์ ใช้สอยของคุณ ซึ่งในส่วนนี้หากมีแบบออกมาบางแห่งอาจคิดค่าแบบ แต่หากให้ทางผู้รับออกแบบทำด้วยแล้ว ก็อาจไม่ต้องชำระค่าแบบเลยก็ได้

- เลือกรูปแบบและดีไซด์ โดยที่คุณควรจะทราบว่าความต้องการของคุณเป็นแบบไหน โมเดิร์นหรือคลาสสิก เพื่องานที่ได้จะตรงกับความต้องการของคุณ แต่ทางที่ดีควรจะกลมกลืนกับการตกแต่งของห้องด้วย

- การเตรียมพื้นที่ งานในส่วนนี้จะเป็นของผู้รับเหมาที่จะเข้ามาปรับระดับพื้น ผนัง และเพดานที่เฟอร์นิเจอร์ต้องเข้าไปจัดวางให้ได้แนวระนาบ เพื่อเตรียมการสำหรับติดตั้งเฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน

- และที่สำคัญที่สุด คือการเตรียมงบประมาณ (ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ) เพราะอาจทำให้การเลือกใช้วัสดุบางตัวเหมาะสมกับงบประมาณที่คุณมีด้วย      

      

      

      

 

 

 

 

 

          

 

วิธีที่จะช่วยถนอมที่นอนให้ใช้ได้นาน

June 2nd, 2013

วิธีที่จะช่วยถนอมที่นอนให้ใช้ได้นาน

ที่นอนไม่เพียงแต่เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่เราใช้เพื่อพักผ่อนเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพหลังของเราด้วย ดังนั้นการเลือกที่นอนที่มีคุณภาพดีก็จะทำให้นอนหลับสบายไปตลอดคืน ตื่นเช้ามาก็ไม่ต้องกังวลกับอาการปวดหลัง และที่นอนคุณภาพสูงเช่นนี้ก็มีราคาไม่ค่อยถูกเท่าไร ฉะนั้นหากมีไว้ครอบครองแล้วก็ควรจะดูแลรักษาให้ดี ๆ ด้วยเทคนิคต่อไปนี้ จะได้ใช้ได้นานคุ้มค่ากับราคาที่ซื้อมาค่ะ  ผ้าไวนิล เกราะป้องกันชั้นแรก  ยอมรับมาซะดี ๆ ว่าเคยกินอาหารหรือขนมบนเตียงนอนกันอยู่บ่อย ๆ  ใช่ไหมคะ ฉะนั้นหากไม่อยากเสียใจเพราะคราบกาแฟที่ฝังแน่นอยู่บนฟูก ก็ควรป้องกันเบื้องต้นด้วยการหุ้มที่นอนด้วยผ้าไวนิล แล้วค่อยปูผ้าปูที่นอนทับอีกที วิธีนี้นอกจากจะช่วยกันคราบสกปรกไม่ให้ซึมลึกลงบนที่นอนแล้ว ยังเป็นการกันฝุ่นไร และเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย ถึงแม้ผ้าไวนิลจะมีความลื่น แต่ข้อดีก็คือมีความทนทาน และทำความสะอาดง่ายนะคะ เสริมทัพด้วยเบาะรองที่นอน  ป้องกันฝุ่นและคราบเปื้อนให้ที่นอนด้วยผ้าไวนิลกันไปแล้ว ทีนี้เราก็ควรจะถนอมที่นอนไม่ให้เกิดรอยบุ๋มก่อนเวลาอันควรด้วยเบาะรองที่นอนอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายที่นอน และร้านเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป ในราคาไม่เกิน 1500 บาทค่ะ ซักให้สะอาดทั้งชั้นนอกชั้นใน  ทราบไหมคะ ว่าในหนึ่งวันร่างกายเราจะขับเหงื่อออกมาถึง 7 ลิตรเลยทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นหน้าร้อนจัด ๆ อย่างนี้แล้ว ไม่ต้องเดาเลยว่า ในช่วงที่เราหลับใหล เหงื่อของเราจะซึมลงไปบนที่นอนสักเท่าไร ดังนั้นก็ควรซักทำความสะอาดทั้งผ้าปูที่นอน และเบาะรองที่นอนบ่อย ๆ หรืออย่างน้อยก็นำไปผึ่งแดดจัด ๆ สักเดือนละ 2 ครั้ง เชื้อโรคจะได้ไม่หมักหมม และที่นอนจะได้หอมสะอาดน่านอนอยู่เสมอ ดูดฝุ่นและเชื้อโรคให้หมดสิ้น  ในระหว่างที่นำผ้าปูและเบาะรองนอนไปซัก ก็ถือโอกาสเช็ดทำความสะอาดปลอกหุ้มไวนิล แล้วดูดฝุ่นที่นอนอีกสักนิดก็ดีค่ะ เพราะถึงแม้การหุ้มด้วยไวนิลจะเป็นเกราะป้องกันฝุ่นที่ดีพอสมควร แต่อย่าลืมว่าฝุ่นไรเป็นละอองเล็ก ๆ ที่อาจจะซอกซอนไปได้ทุกหนแห่ง รวมไปถึงเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วของเราก็อาจจะเล็ดลอดมาเกาะที่นอนได้ด้วย ดังนั้นใช้เครื่องดูดฝุ่นกำจัดสิ่งเหล่านี้อีกแรงดีกว่ากลับด้านที่นอนเพื่อความสมดุล  พอนอนไปได้สักระยะหนึ่ง ที่นอนที่เรานอนทับทุก ๆ วันอาจเกิดการยุบตัวได้ ดังนั้นก็ควรพลิกกลับด้านเพื่อให้ด้านที่ยุบตัวได้พักผ่อนบ้าง หลังจากที่รับน้ำหนักมานาน อ้อ อย่าลืมกลับหัวกลับหางให้เบาะรองนอนด้วยล่ะ ยับยั้งเด็ก ๆ ก่อนที่นอนจะยุบ    หากบ้านไหนมีเด็กที่ชอบเล่นซนเป็นประจำ ก็อย่าปล่อยให้หนู ๆ ใช้ที่นอนเป็นแทมโพลีนไว้กระโดดเล่นอย่างสนุกสนาน เพราะสปริงที่นอนจะเสีย และที่นอนก็จะยุบได้ในที่สุด ทางที่ดีหาซื้อแทมโพลีนจริง ๆ หรือของเล่นอย่างอื่นให้เด็ก ๆ เล่นจะดีกว่าเพิ่มความแข็งแกร่งด้วยโครงสปริง สิ่งที่จะช่วยพยุงที่นอนได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดก็คือโครงสปริง ที่ออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักฟูกนอนได้อย่างสมดุลทั้งผืน เพราะฉะนั้นขอซื้อโครงสปริงจากร้านจำหน่ายเครื่องนอนแล้วนำมารองที่นอนไว้ก่อนก็คงจะดีไม่น้อยนะคะ เป็นการป้องกันไม่ให้ช่วงกลางของที่นอนเว้า และช่วยยืดอายุให้ที่นอนได้อีกด้วย

เทคนิคตกแต่งคอนโดเช่าให้สวยเจิด 2

May 28th, 2013

เทคนิคตกแต่งคอนโดเช่าให้สวยเจิด 2

ทำชั้นวางรองเท้าหน้าประตู เพื่อให้โถงทางเดินของคุณดูน่าสนใจ อีกทั้งเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับชีวิตประจำวันของตัวเอง ก็ควรติดชั้นวางของไว้เก็บพวกกระเป๋า รองเท้า หรือเป็นที่วางร่มด้วยก็ดีนะคะ จะได้ไม่ต้องวางของเหล่านั้นให้เกะกะทางเดินที่คับแคบอยู่แล้วให้อึดอัดขึ้นอีก ใช้กระจกตั้งพื้นเป็นที่รู้กันดีว่ากระจกเป็นของแต่งห้องที่จำเป็นมาก เพราะช่วยสะท้อนแสงสว่างให้ห้องแคบ ๆ ดูกว้างขึ้นได้ แถมยังเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันที่แทบทุกคนขาดไม่ได้ ดังนั้นอย่าลืมเลือกกระจกสวย ๆ มาติดเอาไว้ในคอนโด โดยเลือกกระจกตั้งพื้นที่ไม่ต้องเจาะผนังด้วยนะคะ เพิ่มจุดเด่นให้โทรทัศน์ ในเมื่อโทรทัศน์เป็นแหล่งรวมความบันเทิงของทุกคน ก็ต้องให้ความสำคัญกับการตกแต่งซะหน่อย ด้วยการเอารูปภาพสวย ๆ ไปติดบริเวณนั้น เท่านี้ก็จะช่วยให้มุมโทรทัศน์ในคอนโดของคุณดูมีราคาขึ้นได้ง่าย  ๆ แล้ว อ่างล้างหน้าเข้ามุม เพื่อเป็นการใช้พื้นที่แคบ ๆ ในห้องน้ำของคอนโดที่คุณเช่าอยู่ให้คุ้มค่า ควรเอากระจกและอ่างล้างหน้าไปติดบริเวณมุมห้องดู จะช่วยประหยัดพื้นที่ได้มากขึ้น และอย่าลืมคำนึงถึงข้อห้ามในการตกแต่งด้วยนะคะ ว่าคอนโดของใครตั้งกฎไว้แค่ไหนบ้าง เฟอร์นิเจอร์โปร่งใส หากว่าคุณมีพื้นที่จำกัด แต่อยากจัดห้องอาหารเก๋ ๆ กับเขาดูบ้าง ก็สามารถทำได้โดยใช้โต๊ะและเก้าอี้ที่เป็นแบบโปร่งใสเข้าช่วยดู จะทำให้ห้องดูปลอดโปร่งสบายตา แม้คอนโดที่เช่าอยู่จะคับแคบแค่ไหนก็ตาม ชั้นวางของหลังโซฟา แน่นอนว่าห้องรับแขกในคอนโดเป็นห้องที่มีของมากมายอยู่เต็มไปหมด เพราะเป็นห้องเดียวที่คุณจะใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ บ่อยที่สุด ดังนั้นการเอาชั้นหนังสือ หรือชั้นวางของ มาวางด้านหลังโซฟา นอกจากจะช่วยให้โซฟาของคุณดูสวยโดดเด่นขึ้นแล้ว ยังเป็นการเพิ่มพื้นที่วางของขึ้นมาอีกด้วย

เทคนิคตกแต่งคอนโดเช่าให้สวยเจิด

May 23rd, 2013

เทคนิคตกแต่งคอนโดเช่าให้สวยเจิด

ถ้าลองเอาเทคนิคตกแต่งคอนโดเช่าที่วันนี้เราได้รวบรวมมาฝากไปใช้กันดูล่ะก็ รับรองว่าต่อให้มีพื้นที่จำกัดหรือมีกฎยุ่งยากสักแค่ไหน ห้องของคุณก็ดูดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องต่อเติมให้วุ่นวายหรือผิดกฎผู้เช่าแน่นอนจ้า ติดชั้นวางกรอบรูปที่ผนัง ใช้ชั้นวางของแบบติดผนังเป็นที่วางรูปเก๋ ๆ จะช่วยให้ห้องดูมีดีเทลขึ้นอีก แถมยังทำให้รูปดูเด่นกว่าเดิมด้วย ทั้งนี้ไม่ต้องเลือกชั้นลายพร้อยจนรกตาหรอกนะ แค่แบบเรียบ ๆ แล้วให้รูปเป็นตัวสร้างสีสันก็พอแล้ว อาจจะหาซื้อชั้นติดผนังแบบที่ไม่ต้องเจาะกำแพงแทนก็ได้หากคอนโดใครไม่อนุญาตให้เจาะ เดี๋ยวนี้ก็มีขายให้เห็นเยอะเลยล่ะ ทาสีเฟอร์นิเจอร์ให้แจ่ม ถ้าคุณไม่สามารถทาสีกำแพงได้ เพราะยุ่งยากเกินไป หรือข้อห้ามอะไรก็แล้วแต่ ก็หันมาทาสีเฟอร์นิเจอร์แทนก็ได้นี่นา หรือจะติดลวดลายเสริมเข้าไปก็เข้าท่าดีเหมือนกัน แค่นี้ก็ทำให้ห้องดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นทันตาเห็นแล้ว แถมยังไม่ต้องไปยุ่งกับผนังให้ผิดกฎอีกด้วย เพิ่มชั้นวางของแบบตะแกรง สำหรับคนที่มีพื้นที่ไม่พอจะเก็บของในครัวได้หมด ก็เอาชั้นวางของแบบตะแกรงไปติดเพิ่มดู รับรองว่าจะได้ที่วางของเพิ่มขึ้นอีกเยอะ โดยไม่เปลืองเนื้อที่เลยล่ะ ปูพรมใหม่แทนพื้นเก่า หลาย ๆ คนอาจต้องทนอยู่กับพื้นเดิม ๆ ของคอนโดที่ไม่สวยถูกใจ เพราะไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนพื้นใหม่ ถ้าอย่างนั้นก็เอาพรมขนาดใหญ่พิเศษมาใช้แต่งห้องกันดีกว่า โดยวางทับพื้นที่ไม่ถูกใจซะ จะได้ช่วยให้พื้นที่ดูเป็นสัดส่วน แถมดูน่ามองขึ้นได้อย่างที่ต้องการ เติมสีสันให้ห้องน้ำ ห้องน้ำเดิมในคอนโดอาจมาพร้อมสีที่คุณไม่ชอบสักเท่าไหร่ เช่น ห้องน้ำสีขาวเรียบ ๆ ที่ดูจืดชืด ซึ่งวิธีง่าย ๆ ที่จะเปลี่ยนให้ดูโดดเด่นขึ้น ก็แค่ใช้สีอื่น ๆ โดยเฉพาะสีสดใสมาเสริมเข้าไปก็พอ เท่านี้ก็เหมือนได้ห้องน้ำใหม่แล้วล่ะ วิธีนี้สามารถใช้กับสีอื่น ๆ ได้ด้วยเช่นกันนะคะ

จุดสกปรกที่สุดในห้องครัว 2

May 18th, 2013

จุดสกปรกที่สุดในห้องครัว 2

เครื่องชงกาแฟ  ผลวิจัยจากองค์การส่งเสริมอนามัยแห่งชาติระหว่างประเทศหรือ NSF พบว่า นอกจากกาแฟสดแล้ว ภายในหม้อต้มกาแฟยังมียีสต์และเชื้อราปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ และยังทำให้กาแฟมีรสชาติเปลี่ยนไปจากเดิมอีกด้วย เพราะฉะนั้นควรจะทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟเดือนละหนึ่งครั้ง ด้วยการเติมน้ำส้มสายชูลงไปในหม้อต้มกาแฟ และต้มทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เทน้ำส้มสายชูทิ้ง จากนั้นก็ต้มน้ำธรรมดาอีกสัก 2-3 รอบเพื่อเป็นการล้างหม้ออีกที ระหว่างที่รอเครื่องล้างก็ควรจะถอดอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ช่องใส่กาแฟ ออกมาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำร้อนด้วยเช่นกัน

ด้ามจับประตูตู้เย็น ตู้ และปุ่มจุดเตา  สามจุดนี้มักจะเป็นจุดที่ทุกคนละเลย เพราะคิดว่าด้ามจับเป็นแค่จุดเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ดูสกปรกเท่าไร แต่อย่าลืมว่าจุดที่ถูกใช้งานอยู่บ่อยครั้ง ย่อมต้องมีโอกาสสะสมเชื้อโรคมากกว่าบริเวณที่ไม่ค่อยได้ถูกจับใช้งานแน่นอน เพราะฉะนั้นการทำความสะอาดจุดเหล่านี้เป็นประจำ จึงเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการทำความสะอาดครัวทั่วไป โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดทำความสะอาดด้ามจับต่าง ๆ ที่เราใช้งานบ่อย ๆ อย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือถ้าเป็นไปได้ก็ให้ทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน

ถังขยะ แม้จะมัดปากถุงและแยกขยะอย่างดีทุกครั้งก่อนทิ้ง แต่ขยะก็ยังไม่วายส่งกลิ่นเหม็นออกมาอีก นั่นก็แสดงว่าเชื้อโรคได้สะสมและได้แพร่พันธุ์ไปเรียบร้อยแล้ว จะดีกว่าไหมถ้าหมั่นทิ้งขยะบ่อย ๆ และล้างถังขยะสัปดาห์ละครั้ง ด้วยการฉีดน้ำล้างทำความสะอาดก่อน แล้วตามด้วยฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทิ้งไว้สักพัก จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกรอบ แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง

 

จุดสกปรกที่สุดในห้องครัว

May 13th, 2013

จุดสกปรกที่สุดในห้องครัว

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าห้องครัวถือเป็นแหล่งรวมความสกปรกและเชื้อโรคติดอันดับต้น ๆ ภายในบ้าน ด้วยภาระหน้าที่ในการเป็นห้องที่ใช้ประกอบอาหาร และเป็นห้องที่ถูกใช้งานบ่อย ๆ จึงต้องกลายเป็นที่อยู่ของเชื้อโรคไปโดยปริยาย  ถ้าอย่างนั้นมาดูกันดีกว่าค่ะว่า เรามาว่าจุดไหนบ้างที่เชื้อโรคชอบไปอยู่กันเป็นพิเศษ

อ่างล้างจาน เราใช้อ่างล้างจานล้างทำความสะอาดสารพัดอย่าง ตั้งแต่ผักสด เนื้อสัตว์ จานที่ใช้แล้ว รวมไปถึงภาชนะใส่อาหารของน้องหมาน้องแมว ซึ่งทุกอย่างที่ว่ามานี้ ล้วนมีเชื้อโรคปะปนอยู่ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรียจากเนื้อสัตว์ จุลินทรีย์จากเศษอาหาร หรือบางทีอาจจะเป็นเชื้อไวรัสจากชามอาหารของสัตว์เลี้ยง ซึ่งทุกครั้งที่ล้างทำความสะอาดเสร็จ เชื้อโรคต่าง ๆ ก็จะตกหล่นอยู่ตามท่อน้ำทิ้งเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ถูกกำจัดไปไหน จึงเสี่ยงที่เชื้อโรคจะกลับมาปะปนในจานอาหารหรือมือเราได้อีกครั้ง และก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคทางเดินอาหาร เพราะฉะนั้นป้องกันไว้ก่อนดีกว่า ด้วยการล้างทำความสะอาดอ่างล้างจานทุกครั้ง ด้วยน้ำยาล้างจานปกติก่อน (อย่าลืมแยกฟองน้ำล้างอ่างกับล่างจานออกจากกันด้วยนะคะ) จากนั้นให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคฉีดให้ทั่วอ่าง เน้นบริเวณท่อ ทิ้งไว้สักพัก แล้วราดน้ำตามลงไปอีกที เพื่อเป็นการกำจัดเชื้อโรคที่หลงเหลืออยู่ให้หมดไป

ฟองน้ำ ผลการวิจัยขององค์การส่งเสริมอนามัยแห่งชาติระหว่างประเทศหรือ NSF พบว่า 75% ของฟองน้ำและผ้าสำหรับเช็ดทำความสะอาด จะเก็บสะสมแบคทีเรีย เช่น อีโคไล (E.coli) ซึ่งเป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย เพราะฉะนั้นถ้าใช้ฟองน้ำที่ไม่ได้ล้างทำความสะอาดซ้ำกันทุก ๆ วัน ก็จะยิ่งมีโอกาสรับเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น ดังนั้นคงดีกว่าถ้าจะทำความสะอาดฟองน้ำบ่อย ๆ เริ่มด้วยการล้างฟองน้ำให้สะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน หรือถ้าทำความสะอาดฟองน้ำด้วยน้ำร้อนได้ก็จะดีที่สุด แต่ถ้าไม่สะดวกก็แนะนำให้ฆ่าเชื้อด้วยการนำฟองน้ำเข้าไปอบในไมโครเวฟ ประมาณ  2 นาที วิธีนี้ใช้ได้กับฟองน้ำที่ไม่มีเหล็กหรือสเตนเลสผสมนะคะ

มือของเราเอง เราใช้มือหยิบผักสดที่ยังไม่ได้ล้าง เนื้อสัตว์ดิบ ๆ หรือจานที่ยังไม่ได้ล้างทำความสะอาด จึงไม่แปลกที่มือทั้งสองข้างของเราจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคไม่น้อยไปกว่าส่วนต่าง ๆ ในห้องครัว เพราะฉะนั้นป้องกันเชื้อโรคเปรอะเปื้อนไปตามจุดต่าง ๆ ด้วยการเตรียมของที่ต้องใช้ เช่น มีด เขียง จาน ชาม ช้อน ตะหลิว ก่อนจะหยิบเนื้อสัตว์หรือผักออกมาล้าง และหลังหยิบจับเนื้อสัตว์ ก็ควรจะล้างมือตั้งแต่ฝ่ามือ ซอกนิ้วมือและข้อมือให้ทั่วด้วยสบู่ประมาณ 2 นาที (ร้องเพลงช้างประมาณ 2 รอบ) ทุกครั้งด้วยนะจ๊ะ